bookmark_borderผลไม้บำบัดโรค

ผลไม้บำบัดโรคและมีโปรตีนคบหลัก5หมู่

วันนี้เราจะมาพูดถึงผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเราจะกินอย่างไรกินแบบไหนเพื่อให้ร่างกายของเรานั้นได้รับประโยชน์ได้อย่างเต็มที่หลายคนก็บอกว่าในการที่จะกินผลไม้บางคนกินข้าวเสร็จแล้วค่อยกินผลไม้ตบท้านทีหลังมันจะเป็นอย่างไรประเทศไทยนี่ดีมี ก. ถึง ฮ. กล้วยเกิดมาเริ่มที่จะอย่านมหรือว่าน้ำนมแม่ไม่ค่อยมีก็นึกอะไรไม่ออกบอกไม่ถูกก็ขุดกล้วยให้กินเด็กคนไหนที่กินกล้วยเอาไปแล้วเป็นอย่างไรก็โตเอาๆเพราะในกล้วยกล้วยนั้นเป็นผลไม้ที่มีโปรตีนมีคาร์โบไฮเดรตไขมันวิตามิน เกลือแร่

ซึ่งในกล้วยจะมีทั้งหมดที่คบถ้วนเพราะฉะนั้นยืนยันเลยว่าใครก็ตามวันนี้คุณเป็นความดันเบาหวานหัวใจคอเลสเตอรอล อ้วนมะเร็ง โรคหลอดเลือดสมอง และ โรคถุงลมโป่งพอง ในยามเช้าตื่นขึ้นมาดื่มน้ำอุ่นถ้วยกาแฟตามด้วยกล้วย1ลูกเพราะฉะนั้นยืนยันพวกที่เป็นโรคกรดไหลย้อนคนที่เป็นเบาหวานคนที่เป็นหลายอย่างให้ลองทำดูคนที่อย่างลดความอ้วนลองดู กินกล้วยก่อนอาหาร

เพราะฉะนั้นเราเข้าใจผิดในการกินเพราะฉะนั้นเราจึงกินของที่มันคาวก่อนเป็นของที่ย่อยยากก่อนทำไมเราไม่กินของที่มันย่อยง่ายและมันก็ดีต่อสุขภาพก่อนฝรั่งก่อนที่เขาจะทานข้าวนั่งโต๊ะเขาจะทานผลไม้ก่อนเพื่อที่ทำให้มันไปกระตุ้นน้ำย่อยเมื่อมันได้เข้าไปกระตุ้นน้ำย่อยแล้วเม่อเรารับประทานเนื้อเข้าไปมันก็จะมีน้ำย่อยมาย่อยเนื้อ

แต่ว่าเมื่อรับประทานผลไม้เข้าไปตอนแรกร่างกายพอเคี้ยวข้าวย่อยในปากแล้วผ่านหลอดอาหารเข้าไปยันกระเพราอาหารแล้วจากนั้นมันก็จะดูดซึมที่ลำไส้เล็กต้นที่1ฝ่ามือเท่านั้นลำไส้ของนกยาวกว่าลำตัวถึง7เท่าแต่ว่ากระบวนการย่อยดูดซึมกระบวนการย่อยที่กระเพราะแต่ดูดซึมที่ฝ่ามือแรกของลำไส้เล็กเพราะฉะนั้นอยากได้อาหารดีๆเพื่อเข้าสู่ร่างกายดื่มน้ำอุ่นตามด้วยผลไม้แต่จากงานวิจัยนั้นเราก็ยังได้พบอีกว่าจริงๆแล้วร่างกายเรานั้นนอนมาทั้งคืนร่างกายเสียกูโค้ดเอาน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นสักหน่อย

สักประมาณครึ่งช้อนใครก็ตามที่รักประทานน้ำอุ่นและเติมด้วยน้ำผึ้งครึ้งช้อนก่อนอาหารเช้าเป็นประจำทุกวันเบาหวานความดันหัวใจคอเลสเตอรอลอ้วนมะเร็ง แต่ต้องทำเป็นประจำทุกวันยิ่งถ้าเราไม่ผสมกับน้ำชาก็ยิ่งดีเปลี่ยนตัวเองจากกระบวนการรับประทานกาแฟตอนเช้าเป็นการรับประทานน้ำอุ่นหรือน้ำร้อนค่อยๆจิบจากนั้นก็ตามด้วยน้ำผึ้งตบท้ายด้วยกล้วยโดยเฉพาะกล้วยไข่ทำไมต้องเป็นกล้วยไข่เพราะจากงานวิจัยในกล้วยไข่1ลูกสามารถช่วยปกกันโรคออฟฟิศซินโดรมได้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  nowbet

bookmark_borderกินวิตามินซีมากเกินไปก็มีอันตรายกับร่างกาย

รู้หรือไม่การกินวิตามินซีมากเกินไปก็มีอันตรายกับร่างกายได้เหมือนกัน

     โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าวิตามินซีนั้นมีประโยชน์กับร่างกายจึงพยายามหาวิตามินซีมากินทั้งแบบการแปรรูปที่เป็นเม็ดยาทั้งในรูปแบบของผักและผลไม้แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการที่เรากินวิตามินซีมากเกินไปนั้นก็ส่งผลต่อร่างกายได้เหมือนกันซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าผลเสียที่ตามมาจากการที่เราต้องกินวิตามินซีมากจนเกินไปนั้นมีผลเสียอะไรบ้าง

     ถึงแม้นว่าตั้งตำราเรียนจะมีการระบุไว้ว่าวิตามินซีเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์และการที่เรากินวิตามินซีเข้าไปมากๆนั้นก็ไม่ได้ทำให้เกิดโทษกับร่างกายแต่อย่างใดโดยมีการจัดอันดับความปลอดภัยของสารอาหารหากมีการกินเกินจากที่ร่างกายต้องการพบว่าวิตามินซีคือสารอาหารที่ปลอดภัยมากที่สุดแล้วโดยมีการระบุเอาไว้ว่าถึงแม้เราจะมีการกินวิตามินซีมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการก็จะไม่ทำให้เราเป็นโรคร้ายแรงอะไรแต่ในความเป็นจริงแล้วถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นโรคแต่การกินวิตามินซีที่มากจนเกินไปก็ส่งผลเสียต่อระบบภายในร่างกายของเราได้ไม่ว่าจะเป็นระบบของการย่อยระบบของการดูดซึมเรามาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่เกิดจากการที่เรากินวิตามินซีมากเกินไป

     สำหรับร่างกายคนเรานั้นโดยทั่วไปแล้วคุณจะได้รับวิตามินซีไม่เกิน 2000 มิลลิกรัมต่อวันและ ถ้าหากเรามีอายุน้อยลงปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายต้องการก็จะน้อยลงตามไปด้วยเช่นอายุแค่เพียงหนึ่งถึงสามขวบควรได้รับวิตามินซีแค่เพียง 15 มิลลิกรัมก็พอหรือถ้าอายุประมาณ 15 ถึง 18 ปีควรได้รับวิตามินซีปริมาณ 75 มิลลิกรัมต่อวันก็พอซึ่งถ้าหากเรากินวิตามินซีมากกว่าที่ร่างกายต้องการจะส่งผลให้เราพบปัญหาท้องอืด, ท้องร่วง, เวียนหัว, นอนไม่หลับอาจจะรู้สึกไม่สบายท้องเช่นปวดท้อง

หรืออาจจะเป็นตะคิวที่ท้องได้ อันที่จริงแล้ววิตามินซีมีความสำคัญกับร่างกายเป็นอย่างมากแต่หากเรากินในปริมาณที่มากเกินไปก็ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายของเราเช่นเดียวกันเพราะอะไรที่มากไปหรือน้อยไปย่อมไม่ส่งผลดีต่อร่างกายอยู่แล้วดังนั้นเราจึงควรเลือกกินอาหารให้เหมาะสมให้พอเหมาะกับที่ร่างกายต้องการเพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียตามมาต่อร่างกาย

เพราะอันที่จริงแล้วหากเรากินวิตามินซีเค้าไปมากเท่าไหร่ร่างกายจะนำวิตามินซีที่เรากินเข้าไปมาใช้งานแค่เพียงตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้นส่วนที่เหลือก็จะมีการขับถ่ายออกมาเป็นของเสียออกจากร่างกายซึ่งถ้าหากเรากินมากเกินไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับเราเลย

bookmark_borderใครนอนไม่ค่อยหลับ เรามีเคล็ดลับมาบอก

       คุณเคยพบปัญหานอนไม่หลับบ้างไหม ดึกดื่นเที่ยงคืนอยากนอนยังไงก็หลับไม่ได้สักที  กลางวันก็ต้องทำงานกลับมาถึงบ้านก็อยากจะรีบอาบน้ำเข้านอนแต่ก็ทำไม่ได้เพราะ นอนยังไงก็นอนไม่หลับ ทำเช้ามาแล้วรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย

วันนี้เรามีเคล็ดลับดีดีมาฝากคนนอนไม่หลับ ให้กลับมาหลับฝันดีกันค่ะ

  • อย่างแรกเลยคือ เราต้องทำให้ร่างกายแข็งแรง เริ่มต้นด้วยการเราควรจะมีการออกกำลังบ้าง อย่างน้อยอาทิตย์ละประมาณ 3-4 วันก็ยังดี และในแต่ละวันควรออกกำลังกายวันละ 30 -60 นาทีก็พอไม่ต้องไปหักโหมมากนัก แต่หากมีเวลาควรออกกำลังกายทุกวัน เพียงแค่วันละ 20 นาทีก็ได้ ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น โดยหลายคนมองว่าการออกกำลังกายจะทำให้เราเหนื่อยและเมื่อเหนื่อยก็จะทำให้นอนหลับ ซึ่งมันใช่ข้อมูลที่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะการออกกำลังจะไปช่วยลดความเครียดที่เราสะสมเอาไว้ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและเราจะนอนหลับได้เองเพราะเราไม่ต้องวิตกกังวลกับเรื่องอะไร
  • จัดเตรียมห้องนอนให้เหมาะสมกับการนอน เช่นเปิดแอร์ไม่ให้หนาวหรือร้อนจนเกินไป ปิดประตูหน้าต่างเพื่อไม่ให้มีเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาในห้อง และควรปิดไฟปิดผ้าม่านให้ห้องนอนมืดสนิทไม่มีแสงมาส่องเข้าตา
  • ก่อนนอนควรกินน้ำอุ่น หรือนมอุ่นสักแก้ว เพื่อทำให้ภายในร่างกายของเราอบอุ่น และการดื่มนมอุ่นจะช่วยไม่ให้เราหิวกลางดึกซึ่งเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้เรานอนไม่หลับ
  • ควรมีการเข้านอนเวลาเดิมเดิม ให้เป็นปกตินิสัย เพราะมันจะช่วยให้สมองและร่างกายของเราจดจำเอาไว้ว่าเมื่อถึงเวลาเท่าไหร่ทีร่างกายควรจะได้รับการพักผ่อน เช่นหัดเข้านอนทุกวันตอนนอนตอน 21.30 น. หากเราทำแบบนี้ทุกวัน จนร่างกายเริ่มชินเมื่อถึงเวลา 21.30 น. เราจะเริ่มรู้สึกง่วงไปเอง
  • ก่อนหน้าไม่ควรดื่มน้ำที่แช่ในตู้เย็น และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลัง 18.00 น. ไปแล้วเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะมากระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและไม่ยอมหลับ
  • ไม่ควรนอนหลับในตอนกลางวัน เพราะว่าเมื่อถึงเวลากลางคืน ร่างกายจะไม่ยอมหลับเพราะถือว่ากลางวันได้มีการพักผ่อนไปแล้ว
  • ไมควรนำเรื่องเครียดเครียดมาคิดในช่วงที่ใกล้จะนอนหลับเพราะจะทำให้เราไม่สามารถหลับได้ เพราะจะมัวแต่ไม่สบายใจและคิดเรื่องที่ทำให้เครียดอยู่ตลอดเวลา
  • ควรหาหนังสือธรรมะอ่าน เพื่อให้จิตใจของเราสงบและจำได้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

bookmark_borderน้ำมะพร้าวดีต่อสุขภาพอย่างไร

จะเห็นได้ว่ามะพร้าวคือผลไม้ชนิดหนึ่งที่ใครต่อใครชื่นชอบซึ่งมะพร้าวนั้นมีรสชาติเรียกว่าอร่อยหอมหวานชื่นใจหากได้กินสำหรับมะพร้าวนี้เรียกได้ว่าน้ำของมันเป็นที่โปรดปานของใครต่อใคร ซึ่งเพราะเหตุนี้มะพร้าวจึงแตกต่างจากผลไม้ชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัดเราจะเห็นได้ว่ามะพร้าวนั้นเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ค่อนข้างสูงมันมีสรรพคุณที่สามารถช่วยบำรุงร่างกาย นอกจากมะพร้าวนั้นจะเป็นการคลายร้อนแล้วประโยชน์ของมันยังมีมากอีกด้วย

ประโยชน์ของมะพร้าวมีอะไรบ้าง

มะพร้าวมีไขมันดีในปริมาณที่สูง

เราจะเห็นได้ว่าไขมันในมะพร้าวเป็นไขมันที่ต้องบอกว่าพอเหมาะซึ่งมันคือไขมันอิ่มตัวชนิดที่ดีเพราะมันสามารถเป็นการขับออกจากร่างกายของเราได้หากเรากินแล้วเราจะไม่อ้วนนั่นเองแต่ทว่าหากกินมากเกินไป ไขมันเหล่านั้นก็จะกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายของเราได้เช่นกัน

มะพร้าวช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้

คุณรู้หรือไม่ว่ามะพร้าวสรรพคุณของมันนั้นดีกว่าที่เรารู้เพราะมันช่วยเสริมสร้างความจำซึ่งดีต่อผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์โดยผู้คนเหล่านี้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเป็นอัลไซเมอร์นี้มักจะใช้มะพร้าวในการรักษาเช่นกัน

มะพร้าวช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

กล่าวคือสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานหากมีความต้องการ กินน้ำมะพร้าวสามารถกินได้โดยน้ำมะพร้าวเหล่านี้ปลอดภัยสำหรับพวกเขาเพราะในน้ำมะพร้าวมีไฟเบอร์สามารถละลายน้ำได้และสามารถลดน้ำตาลในเลือดสูงได้เช่นกัน

มะพร้าวช่วยบำรุงกระดูกให้แก่เราได้นะ

โดยมะพร้าวเหล่านี้จะมีปริมาณที่เป็นแคลเซี่ยมที่พอเหมาะกับการเสริมสร้างที่ทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงได้ซึ่งในส่วนนั้นจะเป็นส่วนของกระดูกภายในร่างกายของเราและที่สำคัญมันยังเพิ่มชั้นความหนาที่เป็นกระดูกอ่อนและยังสามารถลดอัตราเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี

มะพร้าวช่วยในการขับปัสสวะได้นะ

หากท่านใดที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปัสวะ ติดขัดหรือยากจนเกินไปควรทานน้ำมะพร้าวเพราะมันจะเป็นการบรรเทาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ได้ซึ่งหน้าที่ของมันจะเป็นการขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายของเราหรือเป็นการขับของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราเพื่อเป็นการช่วยให้ระบบการทำงานภายในของเราออกมาได้ปกติ

มะพร้าวสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้

เราจะเห็นว่ามะพร้าวนั้นมีโพแทสเซียมเป็นการทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับการสร้างความสดชื่นต่อร่างกายของเราและสิ่งเรานั้นยังสามารถลดระดับของโซเดียมที่เป็นส่วนเกินภายในร่างกายของเราเพื่อกลับมาหายเป็นปกติซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการลดความดันโลหิตให้แก่เราได้อีกด้วยดังนั้น ผู้ที่เป็นเกี่ยวกับความดันโลหิตสามารถทานน้ำมะพร้าวเพื่อเป็นการช่วยเหลือหรือซ่อมแซมในส่วนที่บกพร่องของร่างกายได้