bookmark_borderอาหารดีที่ต้องกิน สำหรับคนที่อยากลดน้ำหนัก

คุณที่อยากลดน้ำหนัก รู้หรือไม่ อาหารบางอย่างเราต้องกินเพื่อช่วยให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น เพราะบางคนลดน้ำหนักอาจจะยังไม่รู้ว่าอาหารบางอย่างกินแล้วมีผลเรื่องอิ่มอยู่ท้องก็ได้ มีผลต่อเรื่องระบบย่อยอาหารก็ดี หรือ แม้กระทั่งอาหารบางอย่างกระตุ้นการเผาผลาญได้เป็นอย่างดี 

โยเกิร์ต การที่คุณกินโยเกิร์ตนั้นจะช่วยเพิ่มเรื่องจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้กับร่างกายซึ่งจะช่วยกระตุ้นเรื่องระบบย่อยอาหารให้ร่างกายทำงานดีขึ้น แต่ทางทีดีควรเลือกโยเกิร์ตที่ไม่มีน้ำตาลนะ หรือทางทีดีก็คือเลือกโยเกิร์ตกรีก รสธรรมชาติเลย เพราะทั้งทำให้อิ่มท้องและยังช่วยเพิ่มโปรตีนที่ร่างกายต้องกานในแต่ละวันด้วยนะ 

ผัก และ ผลไม้ สิ่งที่คนส่วนใหญ่มันลืมกิน ก็คือผักต่างๆ และผลไม้ เพราะการกินผักหลากหลายสีนั้นจะช่วยเรื่องการได้รับวิตามินและเกลือแร่ที่หลายอย่าง รวมไปถึงการกินผลไม้ เพราะการกินผลไม้อย่าง ตระกูลเบอรรีก็จะช่วยเรื่องผิวพรรณและต้านอนุมูลอิสระด้วยนะ หรือจะกินเป็นส้มเพื่อเพิ่มกากใย ในการช่วยย่อยและทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้นก็ได้นะ 

ธัญพืชต่างๆ หรือ ซุปเปอร์ฟู๊ด อย่างเช่น คินัว เมล็ดเจีย หรือ เมล็ดแฟล๊ก ซึ่งอาหารเหล่านี้คือ อาหารจำพวกซุปเปอร์ฟู๊ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นไฟเบอร์ หรือ โปรตีน เป็นต้น การที่คุณกินอาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้คุณอิ่มนานชึ้นและหิวน้อยลงด้วยนะ แถมได้สารอาหารและวิตามินที่ดีอีกด้วย ส่วนธัญพืชต่างๆ ก็อย่างเช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง ถั่วดำ ข้าวโพด หรือ ข้าวโอ๊ต ซึ่งธัญพืชพวกนี้ช่วยเรื่องการทำให้อยู่ท้อง และไม่หิวบ่อย แถมได้กากใยอาหารเยอะอีกด้วย 

ถั่วต่างๆ อย่างพวกถั่วอัลมอนด์ ถั่วเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วพิซาชิโอ  ถั่ววอลนัท หรือ ถั่วลิสง ก็ดี การกินถั่วนั้นนอกจากการเพิ่มไขมันดีให้กับร่างกายแล้ว การกินถั่วเป็นอาหารว่างระหว่างวันยังช่วยเรื่องการอิ่มท้องและช่วยทำให้คลายหิวได้อีกด้วยนะ ไม่เชื่อลองกินถั่ว ประมาณ 1-2 กำมือระหว่างมื้อหลักสิ คุณจะอยากกินจุกจิกน้อยลงอย่างแน่นอน

อาหารที่หมักดอง คุณอาจจะตกใจว่าอะไรนะ อาหารหมักดองดีกับร่างกายจริงๆหรือเปล่านะ ต้องบอกว่าอาหารหมักดองบางอย่างเท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น กิมจิ เพราะการกินกิมจินั้นจะช่วยเพิ่มจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้กับร่างกายนั้นเอง แถมยังช่วยเรื่องการย่อยของอาหารและ ลดอาการท้องอืดท้องเฟ้อได้ดีอีกด้วย นอกจาก กิมจิแล้วก็มีถั่วหมักที่คนญี่ปุ่นชอบกิน ก็มีประโยชน์เหมือนกันกับ กิมจิ นั้นเอง

 

สนับสนุนโดย  bk8

bookmark_borderน้ำขิง กินแล้วมีประโยชน์

ถ้าพูดถึงแล้วหลายคนคงถึงกับร้องอี๋ หรือโบกมือส่ายหน้าที่จะปฏิเสธในการกินมันอย่างแน่นอน เพราะขิงนั้นจะกลิ่นที่แอบแสบจมูกนิดหน่อย ทำให้ใครหลายคนไม่ชอบมันตั้งแต่ได้กลิ่นแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นขิงก็ยังเป็นสมุนไพรชั้นเยี่ยมที่สามารถช่วยบรรเทาอาการต่างๆได้ คงจะอยากรู้กันแล้วใช่ไหมว่าขิงนั้นมีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพบ้าง ไปดูกันเลย

 

แก้คลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากขิงจะช่วยแก้เมารถ เมาเรือ และอาการคลื่นไส้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว นอกจากอาการเหล่านี้ที่ได้กล่าวไป น้ำขิงยังสามารถช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนสำหรับผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ได้อีกด้วย เพราะได้ทำการพิสูจน์ออกมาแล้วจากทดลองให้ผู้หญิงมีครรภ์ได้ลองดื่มน้ำขิง พบว่าสามารถลดอาการคลื่นไส้อาเจียนในช่วงเช้าได้ที่มักเกิดอาการแพ้ท้องได้ดีเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ควรปรึกษาหมอว่าควรรับประทานน้ำขิงที่มีความเข็มมากน้อยเท่าไหร่ด้วย เพราะถ้าหากทานเข็มมากเกิดอาจจะส่งผลเสียต่อเด็กในท้องได้

แก้ปวดท้องประจำเดือน ขิงเป็นสมุนไพรชนิดที่รสชาติเผ็ดร้อน จึงส่วนที่จะเข้าไปช่วยกระตุ้นให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น และการที่ได้ดื่มนำขิงอุ่นๆสำหรับสาวๆที่กำลังเป็นประจำเดือน จะช่วยบรรเทาอาการกดเกร็งของกล้ามเนื้อ และช่วยบรรเทาอาการปวดท้องที่เกิดจากการเป็นประจำเดือนได้อีด้วย มีการศึกษาออกมาว่า ขิง ที่มีสรรพคุณลดการอาการปวด สามารถเทียบเท่ากับยาแก้ปวดชนิดไอบูโพรเฟน

แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ หากมีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ อยากจะแนะนำให้กินน้ำขิง เพราะน้ำขิงจะช่วยลดอาการเหล่านี้ลงได้ และยิ่งโดยเฉพาะในผู้หญิงที่กำลังเป็นประจำเดือน จะต้องมีบางช่วงที่มีอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ถ้าได้กินน้ำขิงแล้ว นอกจากจะช่วยลดอาการแล้วยังจะช่วยขับลมในท้องออกด้วย

ช่วยลดน้ำหนัก ลองกินน้ำขิงอุ่นๆก่อนมื้ออาหารประมาณ 1 ชั่วโมง สรรพคุณของน้ำขิงและรสชาติเผ็ดร้อนจะเข้าไปช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญของร่างกาย ช่วยลดความอยากอาหาร และยังช่วยในเรื่องของการขับถ่ายได้อีกด้วย ลดอาการท้องผูก ทำให้รู้สึกไม่อึดอัด สบายตัว จะช่วยในการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือ ฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมาได้ ซึ่งฮอร์โมนตัวนี้จะเข้าไปช่วยลดความอาหารที่มีแคลอรี่สูง เป็นการดีที่จะทำให้เราตัดนิสัยการกินที่จะทำให้อ้วนได้ด้วย

ช่วยฟื้นฟูคุณแม่หลังคลอด มีบันทึกอยู่ในตำราทางการแพทย์จีนว่า ชิง สามารถช่วยในการฟื้นฟูสภาพร่างกายของผู้หญิงหลังคลอดบุตรได้ เพราะสรรพคุณของขิงที่ออกฤทธิ์ร้อนจะช่วยขับน้ำคาวปลาออกได้ดี และยังช่วยกระตุ้นระบบการดูดซึมอาหารได้ดียิ่งขึ้น ทำให้คุณแม่ที่หลังจากคลอดจะทำให้มีการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้อย่างรวดเร็ว

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8

bookmark_borderประเทศที่ติดอันดับคุณภาพชีวิตที่แย่มากที่สุดในโลก

ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีนั้นจะมีบริษัทที่จะคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับทรัพยากรของโลกและมีการเผยแพร่ที่มีเมืองที่ได้มีคุณภาพแย่ที่สุดและดีที่สุดกว่า450เมืองของโลกที่ด้านบริษัทแห่งนี้ได้ขอนำเสนอเมืองที่ได้มีสภาพที่ย่ำแย่ได้นำเอามาให้ทุกๆคนนั้นได้รับชมกันว่าประเทศของเขานั้นจะมีความเป็นอยู่อย่างไรไปดูกัน

เมืองกรุงดามัสกัส ประเทศซีเรีย

ประเทศซีเรียได้เคยเป็นดินแดนอารยธรรมที่ได้มีความเก่าแก่มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเพราะได้มีการขุดค้นพบซากในอารยธรรมในสมัยเมโสโปเตเมียเมืองกรุงดามัสกัสก่อนที่จะมีความขัดแย้งกับนานาประเทศได้ดูสวยงามและดูแล้วสะอาดตาได้บ่งบอกถึงการพัฒนาให้เข้ากับในโลกของยุคสมัยใหม่ผู้คนในประเทศชาวซีเรียในขณะนั้นก็ได้เปิดรับการเข้ามาของชาวต่างชาติและไม่มีวี่แววของการขัดแย้งเลยแม้แต่น้อยแต่หลังจากที่ปัญหาใหญ่ได้เกิดขึ้นผู้คนที่อาศัยอยู่ภายในประเทศนั้น

ต่างก็ได้มีการใช้ชีวิตที่ลำบากทั้งยังขาดแคลนด้านอาหารยารักษาโรคและในสิ่งอื่นที่จำเป็นเด็กๆขาดการศึกษาขากระบบสาธารณะสุขที่ดีมีผู้ที่ได้อพยพหนีภัยอย่างมากมายเพราะถึงดำรงชีวิตอยู่ภายในประเทศก็จะต้องอาศัยอยู่อย่างหวาดระแวงกันตลอดเวลาชาวกรุงดามัสกัสนั้นจึงได้ไปอยู่ที่อื่นที่จะทำให้พวกเขานั้นได้ปลอดภัยจากสิ่งต่างๆที่ทำให้เป็นภัยต่อตนเองและหนีปัญหาที่ใหญ่ที่ไม่มีทางแก้ไขได้ซักทีแต่ถึงอย่างไรก็ตามอยู่ไปก็ไม่มีอะไรที่จะดีขึ้นมีแต่จะทำให้แย่ลงตามไปอีกด้วย

เมืองเอ็นจาเมนา ประเทศชาด

สำหรับประเทศนี้ได้จัดเป็นอันดับที่ยากจนมากที่สุดในอับดับของประเทศต้นๆประเทศชาดจะต้องประสบปัญหากับความขัดแย้งอยู่บ่อยครั้งโดยถึงการบุกรุกของดินแดนในลิเบียด้านของกลุ่มกบฏที่คอยก่อความไม่สงบอยู่บ่อยครั้งที่อยู่ทางตอนเหนือของประเทศกลุ่มหัวรุนแรงโบโกฮาราม ซึ่งได้เป็นกลุ่มที่ได้มีการสร้างความเสียหายและได้มีการท่วงความเจริญของประเทศนี้เอาไว้ทั้งยังได้มีจำนวนการแพทย์ที่น้อยมากประมาณเพียง4คน ต่อ 100,000คนเท่านั้น

ทั้งยังได้มีโรคดระบาดอยู่หลายอย่างเช่นอาฮีวะตากาโร่คนขาดสุขอนามัยที่ดีทั้งยังเสี่ยงกับอาชญากรรมที่มันเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินนอกจากนี้ก็ยังเป็นประเทศที่ค่อนข้างแห้งแร้งที่จะยากต่อในการเพราะปลูกและประเทศที่ได้มีการขาดแคลนด้านของอาหารที่มีความจำเป็นจึงได้ทำให้เมืองและในประเทศนี้ได้ติดอันดับที่ได้มีคุณภาพชีวิตที่แย่มากที่สุดในโลกและไม่เพียงแต่จะแย่อย่างเดียวทางด้านการแพทย์ทรัพยากรด้านอาหารก็ยังขาดแคลนกันเป็นจำนวนมาก

 

ขอบคุณผู็ให้การสนับสนุนโดย  bk8

bookmark_borderKetogenic Diet ฮิตกันจัง กินไขมันยังไม่ให้อ้วน

Ketogenic Diet ไม่ใช่อะไรใหม่นะ เพราะจริงๆมีกันมานานแล้ว เป็นการไดเอท หรือ ลดน้ำหนัก ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า “Keto” หรือ “คีโต” ในภาษาไทย ซึ่งวิธีการไดเอท หรือ ลดน้ำหนักแบบนี้ คือ รูปแบบการกินอาหาร จำพวก คาร์โบไฮเดรต หรือ พวกแป้ง ให้น้อยที่สุด เพื่อควบคุมให้ “น้ำตาล” ให้เข้าร่างการให้น้อยที่สุด

จนร่างกายไม่สามารถนำกลูโคสและไกลโคเจนมาใช้เป็นพลังงานได้อย่างเพียงพอ ร่างกายจึงต้องเปลี่ยนไขมัน โดยการสลายไขมันของเราในร่างกายเพื่อให้ได้สารตัวหนึ่ง ที่เรียกว่า “คีโตน” (Ketone) สำหรับการใช้พลังงานแทนกลูโคสโดยเฉพาะ หรืออีกอย่างคือการเข้าสู่ภาวะ “คีโตซีส” (Ketosis) จึงทำให้ร่างกายเราต้องดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงาน (เนื่องจากร่างกายไม่มีน้ำตาลที่จะเปลี่ยนมาเป็นกลูโคส)

และนี่คือสาเหตุว่าชาวคีโตต้องการลดคาร์โบไฮเดรต หรือ แป้ง ให้มากที่สุด เพราะพวกเค้าต้องการลด น้ำตาล ให้กับร่างกายนั้นเอง 

แล้วชาวคีโต เค้ากินอะไรกัน?

  • กินไขมันดีให้มากๆ เข้าไว้ ย้ำนะว่าไขมันดี โดยควรจะกินไขมันดี คิดเป็น 75% ของพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน ไขมันดีที่ควรทานก็จะเป็นไขมันดี ยกตัวอย่างเช่น ปลาแซลมอน, ไข่, ชีส, น้ำมันมะกอก, นมอัลมอนด์ และถั่วต่างๆ และต้องงดอาหารที่มี Trans Fat อย่าง อาหาร Fast Food หรือ ของทอดจากน้ำมันปาล์ม

 

  • กินโปรตีนได้ปานกลาง โดยคิดเป็น 20% ของพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน หรือ ถ้าจะให้คำนวณง่ายๆ ก็คือสามารถกินได้ สัดส่วน 1 กรัม ต่อ น้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม เช่น หากน้ำหนัก 50 กิโลกรัม จะสามารถกินโปรตีนได้ 50 กรัม เท่านั้น โดยอาหารจำพวกโปรตีน ที่ควรกินก็จะเป็นจำพวกเนื้อสัตว์ ยกตัวอย่างเช่น เนื้อติดมัน, เนื้อไก่มีหนัง, เบคอน, ไข่, นม, เนื้อปลา, อาหารทะเล แต่ที่ต้องระวังนะ ห้ามกินโปรตีนเยอะจนเกินไป เพราะโปรตีนสามารถเปลี่ยนเป็นกลูโคสได้เช่นกัน 

 

  • สุดท้ายที่ต้องระวังที่สุด คือกินคาร์โบไฮเดรต หรือ แป้ง ให้น้อยๆ โดยพยายามควบคุมให้อยู่ใน 5% ของพลังงานที่ต้องได้รับในแต่ละวัน ดูเหมือนง่ายแต่ยากที่สุดตรงที่ต้องควบคุมคาร์โบไฮเดรต หรือ แป้ง เพราะอาหารที่คนไทยคุ้นชินก็เป็นจำพวกข้าวด้วยสิ หรือจะเป็นพวกขนมปังต่างๆก็ล้วนคือคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งดีๆในรูปแบบกินง่าย แถมอร่อยด้วย นอกจากนี้ยังควรงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลทุกชนิด รวมถึงงดผลไม้อีกด้วย เพราะของเหล่านี้สามารถเปลี่ยนมาเป็นกลูโคสได้ทั้งสิ้น ดังนั้นชาวคีโตจึงให้ความสำคัญและค่อนข้างซีเรียสกับการควบคุมคาร์โบไฮเดรตหรือแป้งมากๆ และงดน้ำตาลอย่างจริงจัง และหันมาทานผักใบเขียวให้เยอะขึ้นเพื่อทำให้ร่างกายไม่ขาดสารอาหาร 

การลดแบบคีโต ถึงจะดูยากแต่จริงแล้วไม่ยากอย่างที่คุณคิดหรอกนะ หากคุณเป็นคนที่ชอบกินเนื้อสัตว์อยู่แล้ววิธีนี้ถือว่า work สำหรับคุณแน่นอน และนี่เป็นจุดที่ทำให้คนหันมาฮิตทำคีโตกัน!

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนเรื่องราวโดย  BK8