bookmark_borderเคล็ดลับการกินอย่างไรให้สุขภาพดี

อาหารที่เรากินเข้าไปในแต่ละมื้อนั้น จะมีประโยชน์ หรือมี่โทษมากกว่ากันก็ขึ้นอยู่ที่เราเลือกกัน อาหารที่มีขายให้เราเลือกกินั้นไม่ได้กินแล้วจะมีประโยชน์ต่อร่างกายอย่างเดียว มีผลเสียต่อร่างกายก็เยอะ

ดังนั้นวันนี้เราจะมีแนะนำเคล็ดลับการกินอาหารอย่างไร ถึงจะทำให้เรามีสุขภาพที่ดี 

  1.  ต้องทานอาหารในมื้อเช้าทุกวัน  เพราะอาหารที่สำคัญที่สุดคืออาหารเช้า ดังนั้นหากเราไม่ทานอาหารเช้าจะทำให้เราเสี่ยงต่อการเป็นโรคมากมายหลายชนิด และอาหารมื้อเช้าคือการเติมพลังงานให้กับร่างกายดังนั้นหากเราไม่กินอาหารเช้าจะทำให้เราไม่มีแรงในการทำงาน ดังนั้นอาหารเช้าที่ควรเลือกกินจึงควรเป็นอาหารที่ให้พลังกับเราอย่างมาก เช่น ไข้ต้ม  แซนวิชไฮลเกรน และผลไม้ชนิดต่างต่าง
  2. ต้องกินโปรตีนให้เพียงพอกับที่ร่างกายของเราต้องการ เพราะโปรตีนมีคุณสมบัติในการเข้าไปช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อที่สึกเหรอ และยังช่วยเรื่องการปรับการทำงานของฮอร์โมนในร่างกายให้มีประสิทธิภาพ ดังนั้นโปรตีนจึงมีความสำคัญต่อร่างกายของคนเราเป็นอย่างมาก การกินโปรตีนที่ให้พลังงานสูงคือ การกินเนื้อปลา นม และเต้าหู้ รวมถึงถั่ว 
  3. ควรเลือกกินคาร์โบไฮเดรตให้เป็น หลายคนกินแป้งแต่กินแป้งที่เป็นแป้งขาว บางคนไม่กินแป้งเลยเพราะต้องการลดความอ้วน ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย การคาร์โบไฮเดรตทีดีนั้น ควรเลือกที่จะกิน ข้าวกล้องแทนการกินข้าวขาว  หรือข้าวโอ๊ตแทน หรือการกินขนมปังก็ควรเป็นขนมปังโฮวีต 
  4. กินน้ำในปริมาณที่เพียงพอแต่ความต้องการของร่างกาย เพื่อช่วยให้ระบบภายในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การไหลเวียนของเลือดดี และกินน้ำเยอะเยอะร่างกายจะสดชื่น การกินน้ำที่ถูกต้องควรกินน้ำแบบค่อยค่อยจิบไม่ควรกินทีเดียวหมดขวด และปริมาณน้ำที่เพียงพอต่อร่างกายก็คือ ประมาณ 8-10 แก้วต่อวัน
  5. กินอาหารที่มีโอเมก้า3  เพื่อให้เข้าไปช่วยบำรุงสมอง และช่วยให้ผิวพรรณสวยเปล่งปลั่ง ซึ่งเราสามารถเลือกกินปลาแซลมอน  หากงบน้อยก็กินปลาทุ ปลากะพงขาว รวมถึงหากเราเครียด รับรองว่าทานปลาแล้วจะช่วยลดความเครียดลงได้ เพราะการกินปลาจะมีสารที่ไปกระตุ้นให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด
  6. กินอาหารที่ให้พลังงานครบทั้ง5 หมู่ เพื่อที่ร่างกายจะได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน และนำสารอาหารที่ได้รับไปพัฒนาบำรุงสมอง บำรุงหัวใจและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง
  7. หากหิว ของว่างระหว่างวันที่เรากินเข้าไปก็สามารถช่วยให้เราให้เครียดและรู้สึกผ่อนคลายลงได้ ทำให้ร่างกายสดชื่น ซึ่งระหว่างมื้อควรทานอาหารที่ไม่ต้องมีพลังงานเยอะมากนักเพราเป็นการกินเสริม ควรกินผลไม้ ดีที่สุด

bookmark_borderกินวิตามินซีมากเกินไปก็มีอันตรายกับร่างกาย

รู้หรือไม่การกินวิตามินซีมากเกินไปก็มีอันตรายกับร่างกายได้เหมือนกัน

     โดยปกติแล้วคนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจว่าวิตามินซีนั้นมีประโยชน์กับร่างกายจึงพยายามหาวิตามินซีมากินทั้งแบบการแปรรูปที่เป็นเม็ดยาทั้งในรูปแบบของผักและผลไม้แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการที่เรากินวิตามินซีมากเกินไปนั้นก็ส่งผลต่อร่างกายได้เหมือนกันซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่าผลเสียที่ตามมาจากการที่เราต้องกินวิตามินซีมากจนเกินไปนั้นมีผลเสียอะไรบ้าง

     ถึงแม้นว่าตั้งตำราเรียนจะมีการระบุไว้ว่าวิตามินซีเป็นสารอาหารที่มีประโยชน์และการที่เรากินวิตามินซีเข้าไปมากๆนั้นก็ไม่ได้ทำให้เกิดโทษกับร่างกายแต่อย่างใดโดยมีการจัดอันดับความปลอดภัยของสารอาหารหากมีการกินเกินจากที่ร่างกายต้องการพบว่าวิตามินซีคือสารอาหารที่ปลอดภัยมากที่สุดแล้วโดยมีการระบุเอาไว้ว่าถึงแม้เราจะมีการกินวิตามินซีมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการก็จะไม่ทำให้เราเป็นโรคร้ายแรงอะไรแต่ในความเป็นจริงแล้วถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นโรคแต่การกินวิตามินซีที่มากจนเกินไปก็ส่งผลเสียต่อระบบภายในร่างกายของเราได้ไม่ว่าจะเป็นระบบของการย่อยระบบของการดูดซึมเรามาดูกันว่ามีโรคอะไรบ้างที่เกิดจากการที่เรากินวิตามินซีมากเกินไป

     สำหรับร่างกายคนเรานั้นโดยทั่วไปแล้วคุณจะได้รับวิตามินซีไม่เกิน 2000 มิลลิกรัมต่อวันและ ถ้าหากเรามีอายุน้อยลงปริมาณวิตามินซีที่ร่างกายต้องการก็จะน้อยลงตามไปด้วยเช่นอายุแค่เพียงหนึ่งถึงสามขวบควรได้รับวิตามินซีแค่เพียง 15 มิลลิกรัมก็พอหรือถ้าอายุประมาณ 15 ถึง 18 ปีควรได้รับวิตามินซีปริมาณ 75 มิลลิกรัมต่อวันก็พอซึ่งถ้าหากเรากินวิตามินซีมากกว่าที่ร่างกายต้องการจะส่งผลให้เราพบปัญหาท้องอืด, ท้องร่วง, เวียนหัว, นอนไม่หลับอาจจะรู้สึกไม่สบายท้องเช่นปวดท้อง

หรืออาจจะเป็นตะคิวที่ท้องได้ อันที่จริงแล้ววิตามินซีมีความสำคัญกับร่างกายเป็นอย่างมากแต่หากเรากินในปริมาณที่มากเกินไปก็ย่อมส่งผลเสียต่อร่างกายของเราเช่นเดียวกันเพราะอะไรที่มากไปหรือน้อยไปย่อมไม่ส่งผลดีต่อร่างกายอยู่แล้วดังนั้นเราจึงควรเลือกกินอาหารให้เหมาะสมให้พอเหมาะกับที่ร่างกายต้องการเพื่อที่จะได้ลดความเสี่ยงที่จะเกิดผลเสียตามมาต่อร่างกาย

เพราะอันที่จริงแล้วหากเรากินวิตามินซีเค้าไปมากเท่าไหร่ร่างกายจะนำวิตามินซีที่เรากินเข้าไปมาใช้งานแค่เพียงตามที่ร่างกายต้องการเท่านั้นส่วนที่เหลือก็จะมีการขับถ่ายออกมาเป็นของเสียออกจากร่างกายซึ่งถ้าหากเรากินมากเกินไปก็ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรกับเราเลย

bookmark_borderใครนอนไม่ค่อยหลับ เรามีเคล็ดลับมาบอก

       คุณเคยพบปัญหานอนไม่หลับบ้างไหม ดึกดื่นเที่ยงคืนอยากนอนยังไงก็หลับไม่ได้สักที  กลางวันก็ต้องทำงานกลับมาถึงบ้านก็อยากจะรีบอาบน้ำเข้านอนแต่ก็ทำไม่ได้เพราะ นอนยังไงก็นอนไม่หลับ ทำเช้ามาแล้วรู้สึกว่าร่างกายอ่อนเพลีย

วันนี้เรามีเคล็ดลับดีดีมาฝากคนนอนไม่หลับ ให้กลับมาหลับฝันดีกันค่ะ

  • อย่างแรกเลยคือ เราต้องทำให้ร่างกายแข็งแรง เริ่มต้นด้วยการเราควรจะมีการออกกำลังบ้าง อย่างน้อยอาทิตย์ละประมาณ 3-4 วันก็ยังดี และในแต่ละวันควรออกกำลังกายวันละ 30 -60 นาทีก็พอไม่ต้องไปหักโหมมากนัก แต่หากมีเวลาควรออกกำลังกายทุกวัน เพียงแค่วันละ 20 นาทีก็ได้ ซึ่งการออกกำลังกายจะช่วยให้เราหลับสบายมากยิ่งขึ้น โดยหลายคนมองว่าการออกกำลังกายจะทำให้เราเหนื่อยและเมื่อเหนื่อยก็จะทำให้นอนหลับ ซึ่งมันใช่ข้อมูลที่ถูกต้องเสียทีเดียว เพราะการออกกำลังจะไปช่วยลดความเครียดที่เราสะสมเอาไว้ ทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและเราจะนอนหลับได้เองเพราะเราไม่ต้องวิตกกังวลกับเรื่องอะไร
  • จัดเตรียมห้องนอนให้เหมาะสมกับการนอน เช่นเปิดแอร์ไม่ให้หนาวหรือร้อนจนเกินไป ปิดประตูหน้าต่างเพื่อไม่ให้มีเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาในห้อง และควรปิดไฟปิดผ้าม่านให้ห้องนอนมืดสนิทไม่มีแสงมาส่องเข้าตา
  • ก่อนนอนควรกินน้ำอุ่น หรือนมอุ่นสักแก้ว เพื่อทำให้ภายในร่างกายของเราอบอุ่น และการดื่มนมอุ่นจะช่วยไม่ให้เราหิวกลางดึกซึ่งเป็นปัญหาอย่างหนึ่งที่ทำให้เรานอนไม่หลับ
  • ควรมีการเข้านอนเวลาเดิมเดิม ให้เป็นปกตินิสัย เพราะมันจะช่วยให้สมองและร่างกายของเราจดจำเอาไว้ว่าเมื่อถึงเวลาเท่าไหร่ทีร่างกายควรจะได้รับการพักผ่อน เช่นหัดเข้านอนทุกวันตอนนอนตอน 21.30 น. หากเราทำแบบนี้ทุกวัน จนร่างกายเริ่มชินเมื่อถึงเวลา 21.30 น. เราจะเริ่มรู้สึกง่วงไปเอง
  • ก่อนหน้าไม่ควรดื่มน้ำที่แช่ในตู้เย็น และไม่ควรดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนหลัง 18.00 น. ไปแล้วเพราะเครื่องดื่มเหล่านี้จะมากระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัวและไม่ยอมหลับ
  • ไม่ควรนอนหลับในตอนกลางวัน เพราะว่าเมื่อถึงเวลากลางคืน ร่างกายจะไม่ยอมหลับเพราะถือว่ากลางวันได้มีการพักผ่อนไปแล้ว
  • ไมควรนำเรื่องเครียดเครียดมาคิดในช่วงที่ใกล้จะนอนหลับเพราะจะทำให้เราไม่สามารถหลับได้ เพราะจะมัวแต่ไม่สบายใจและคิดเรื่องที่ทำให้เครียดอยู่ตลอดเวลา
  • ควรหาหนังสือธรรมะอ่าน เพื่อให้จิตใจของเราสงบและจำได้นอนหลับได้ง่ายขึ้น

bookmark_borderระบบการหายใจ 

ระบบของการหายใจนั้นถือได้ว่าเป็นระบบที่นำเอาอากาศโดยมีออกซิเจนเพื่อเป็นการนำเข้าสู่ปอดของเราจากการหายใจเข้าเพื่อเป็นการทำให้ร่างกายของเรานั้นนำเอาออกซิเจนไปใช้ในกระบวนการที่เป็นการเผาผลาญพลังงานซึ่งในขณะเดียวกันนั้น ยังมีการรับเอาระบบของคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นของเสียที่เป็นกระบวนการดังกล่าวเพื่อเป็นการส่งออกข้างนอกของร่างกายโดยจากการ หายใจออกนั่นเอง 

อวัยวะที่เกี่ยวข้องมีดังนี้ 

ทางเดินหายใจส่วนด้านบนซึ่งประกอบไปด้วยจมูกและปากของเรา โดยการหายใจเข้านั้นจะมีอากาศที่ทำการผ่านเข้ารูจมูกหรือโพงจมูกของเราโดยจะมีเส้นขนและต่อมน้ำมันที่เป็นการช่วยในการกรองและเป็นการจับฝุ่นละอองและเป็นการที่ปรับสำหรับความชุ่มชื้นของอุณหภูมิอากา ให้มีความเหมาะสมต่อจากนั้นอาการนั้นจะผ่านหลอดคอและกล่องเสียงซึ่งทางด้านบนของกล่องเสียงนั้นจะมีฝาปิดกล่องเสียงซึ่งจะทำการปิดในระหว่างที่เรามีการกินอาหารเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้อาหารเหล่านั้นตกเข้าสู่หลอดลมของเรา 

ทางเดินหายใจส่วนล่างจะประกอบไปด้วยหลอดลม และขั้วปอดเมื่ออากาศทำการผ่านกล่องเสียงโดยมีการผ่านเข้าสู่หลอดลมที่มีขนอ่อนและมีขนาดเล็กทำการกำจัดสิ่งแปลกปลอมก่อนที่จะมีการแยกเพื่อเข้าสู่หลอดลมหรือขั้วปอด ที่อยู่ทางด้านซ้ายและทางด้านขวาซึ่งปอดหลอดลมเล็กจะลดขนาดเป็นหลอดลมฝอยและถุงลมในปอดนั้นซึ่งจะเห็นได้ว่าปอดแต่ละข้างจะมีถุงลมปอดประมาณ 300,000,000 ถุงจะเป็นการล้อมรอบด้วย เส้นเลือดฝอยเพราะมันจะมีขนาดเล็กและบางเพื่อในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นการเชื่อมต่อระหว่างระบบหายใจปรับระบบไหลเวียนของโลหิ 

รูปแบบการทำงานของระบบหายใจ 

จะเห็นได้ว่าขณะที่เรานั้นกำลังหายใจเข้าด้วยอากาศที่มีออกซิเจนจะทำการไหลผ่านของทางระบบการเดินหายใจที่เป็นส่วนบนเพื่อเป็นการเข้าสู่ทางเดินหายใจในส่วนที่เป็นส่วนล่างหรือที่บริเวณถุงลมปอดออกซิเจนนั้นจะทำการผ่านจากถุงลมปอดเพื่อแพร่เข้าสู่ หลอดเลือดฝอยที่อยู่รอบรอบถุงลมปอดดังนั้นมันจะรวมตัวกันที่เราเรียกว่าฮีโมโกลบินที่ผิวของเม็ดเลือดแดงของเรานั่นเองโดยมันจะกลายเป็นออกซีฮีโมโกบิน และมันจะมีสีแดงสดโดยมันนั้นจะมีการส่งเพื่อเข้าไปสู่ระบบของหัวใจและการสูบฉีดของหลอดเลือดเพื่อไปยังเนื้อเยื่อต่างๆของร่างกายเรานั้ 

ต่อจากนั้นมันจะถูกนำไปใช้ในกระบวนการที่เป็นการเผาผลาน เพื่อเป็นพลังงานให้แก่เซลล์เนื้อเยื่อในร่างกายของเรานั่นเอง 

ในทางกลับกันคาร์บอนไดออกไซด์ถือได้ว่าเป็นของเสียจากกระบวนการเผาผลาญจะเป็นการแพทยนำจากเนื้อเยื่อให้เข้าสู่หลอดเลือดฝอยโดยมีการผ่านขั้นตอนจากทางเคมีในระหว่างการเดินทางหาก เมื่อถึงบริเวณของถุงลมปอดแล้วฝ่ายนั้นจะทำการแค่กระจายจากเส้นเลือดฝอยเพื่อเป็นการเข้าสู่ลมตอดและถูกขับออกมาทางร่างกายโดยผ่านกระบวนการการหายใจของพวกเรานั่นเอง                    

bookmark_borderน้ำมะพร้าวดีต่อสุขภาพอย่างไร

จะเห็นได้ว่ามะพร้าวคือผลไม้ชนิดหนึ่งที่ใครต่อใครชื่นชอบซึ่งมะพร้าวนั้นมีรสชาติเรียกว่าอร่อยหอมหวานชื่นใจหากได้กินสำหรับมะพร้าวนี้เรียกได้ว่าน้ำของมันเป็นที่โปรดปานของใครต่อใคร ซึ่งเพราะเหตุนี้มะพร้าวจึงแตกต่างจากผลไม้ชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัดเราจะเห็นได้ว่ามะพร้าวนั้นเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ค่อนข้างสูงมันมีสรรพคุณที่สามารถช่วยบำรุงร่างกาย นอกจากมะพร้าวนั้นจะเป็นการคลายร้อนแล้วประโยชน์ของมันยังมีมากอีกด้วย

ประโยชน์ของมะพร้าวมีอะไรบ้าง

มะพร้าวมีไขมันดีในปริมาณที่สูง

เราจะเห็นได้ว่าไขมันในมะพร้าวเป็นไขมันที่ต้องบอกว่าพอเหมาะซึ่งมันคือไขมันอิ่มตัวชนิดที่ดีเพราะมันสามารถเป็นการขับออกจากร่างกายของเราได้หากเรากินแล้วเราจะไม่อ้วนนั่นเองแต่ทว่าหากกินมากเกินไป ไขมันเหล่านั้นก็จะกลายเป็นไขมันสะสมในร่างกายของเราได้เช่นกัน

มะพร้าวช่วยรักษาโรคอัลไซเมอร์ได้

คุณรู้หรือไม่ว่ามะพร้าวสรรพคุณของมันนั้นดีกว่าที่เรารู้เพราะมันช่วยเสริมสร้างความจำซึ่งดีต่อผู้ที่เป็นอัลไซเมอร์โดยผู้คนเหล่านี้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเป็นอัลไซเมอร์นี้มักจะใช้มะพร้าวในการรักษาเช่นกัน

มะพร้าวช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้

กล่าวคือสำหรับผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานหากมีความต้องการ กินน้ำมะพร้าวสามารถกินได้โดยน้ำมะพร้าวเหล่านี้ปลอดภัยสำหรับพวกเขาเพราะในน้ำมะพร้าวมีไฟเบอร์สามารถละลายน้ำได้และสามารถลดน้ำตาลในเลือดสูงได้เช่นกัน

มะพร้าวช่วยบำรุงกระดูกให้แก่เราได้นะ

โดยมะพร้าวเหล่านี้จะมีปริมาณที่เป็นแคลเซี่ยมที่พอเหมาะกับการเสริมสร้างที่ทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงได้ซึ่งในส่วนนั้นจะเป็นส่วนของกระดูกภายในร่างกายของเราและที่สำคัญมันยังเพิ่มชั้นความหนาที่เป็นกระดูกอ่อนและยังสามารถลดอัตราเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุนได้เป็นอย่างดี

มะพร้าวช่วยในการขับปัสสวะได้นะ

หากท่านใดที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปัสวะ ติดขัดหรือยากจนเกินไปควรทานน้ำมะพร้าวเพราะมันจะเป็นการบรรเทาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ได้ซึ่งหน้าที่ของมันจะเป็นการขับสารพิษที่อยู่ในร่างกายของเราหรือเป็นการขับของเสียที่ตกค้างอยู่ในร่างกายของเราเพื่อเป็นการช่วยให้ระบบการทำงานภายในของเราออกมาได้ปกติ

มะพร้าวสามารถช่วยลดความดันโลหิตได้

เราจะเห็นว่ามะพร้าวนั้นมีโพแทสเซียมเป็นการทำหน้าที่ที่เกี่ยวกับการสร้างความสดชื่นต่อร่างกายของเราและสิ่งเรานั้นยังสามารถลดระดับของโซเดียมที่เป็นส่วนเกินภายในร่างกายของเราเพื่อกลับมาหายเป็นปกติซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นการลดความดันโลหิตให้แก่เราได้อีกด้วยดังนั้น ผู้ที่เป็นเกี่ยวกับความดันโลหิตสามารถทานน้ำมะพร้าวเพื่อเป็นการช่วยเหลือหรือซ่อมแซมในส่วนที่บกพร่องของร่างกายได้

bookmark_borderการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ดีเช่นไร

เรื่องราวหรือจุดเด่นของการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ พวกเราก็ชอบเรียนกันมาตั้งแต่เด็กๆกันแล้ว แม้กระนั้นที่ยังจะต้องมาบอกหรือมีการดูแลรักษาสุขภาพร่างกายกันอยู่เดี๋ยวนี้นั้น เพราะเหตุว่าเป็นผลมาจากมูลเหตุหลายประการร่วมกัน นั้นก็ได้แก่

  • เชื้อโรคมีเยอะแยะขึ้น
  • พักกันลดน้อยลงหรือพักน้อยเกินไป
  • อาการเครียดต่างๆ
  • การกินอาหารที่ขยะหรือของกินที่ไร้สาระ
  • ไม่ว่างไปบริหารร่างกาย

ปัจจัยต่างๆที่กล่าวข้างต้นนี้

เป็นต้นเหตุที่ทำให้ทุกคนมาช่วยเหลือกันบอกเรื่องให้หันมารักสุขภาพกันทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการบริหารร่างกาย หรือการกินอาหารให้ครบ 5 กลุ่ม ด้วยเหตุว่ามันเป็นสิ่งที่ร่างกายอยาก ยิ่งมีการปรับปรุงสังคมขึ้นมามากแค่ไหน คนโดยมากก็รักตนเองลดน้อยลง ไม่ค่อยมีความสนใจกับร่างกายของตัวเองกันเลย ด้วยเหตุว่าอาจจะมีการเกิดจากต้นเหตุสำคัญๆร่วมกัน ซึ่งก็คือการด้นรน หาเงินเพื่อความมีชีวิตรอดของตัวเองแล้วก็ครอบครัว ก็เลยทำให้คนจำนวนไม่น้อยไม่ว่างพึงพอใจอะไรกับตัวเองมากเท่าไรนัก รวมทั้งตอนนี้ข้าววของ หรือของกินก็แพงกันขึ้นแต่ละวัน ทำให้การหาของมาบำรุงยิ่งยากขึ้นไปใหญ่ เรียกว่ามีเงินอยู่ใช้ให้ถึงเดือนก้แทบห่วยแล้ว ทำให้การหาอาหารมาทานให้ครบ 5 หมู่ยิ่งห่วยเข้าไปใหญ่ แต่ว่าการรับประทานอาหารให้ครบ 5 กลุ่มก็ย่อมเหมาะสมที่สุดสำหรับร่างกายอย่างพวกเราๆแล้วล่ะ

จุดเด่นของการกินอาหารให้ครบ 5 หมู่มีดังนี้

  • ทำให้ร่างกายมีความสมบูรณ์แข็งแรง ไม่เจ็บป่วยกล้วยๆ
  • บำรุงประสาทรวมทั้งสมองได้อย่างดีเยี่ยม
  • ลักษณะการทำงานของระบบในร่างกายดำเนินงานธรรมดา
  • ไม่เป็นโรคง่าย
  • มีความจำที่ดี
  • ไม่แก่ก่อนวัยอันควรจะ

นอกเหนือจากการที่จะช่วยทำให้ร่างกายของพวกเราปฏิบัติงานธรรมดาแล้ว การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมุ่ยังทำให้ร่างกายของพวกเราแข็งแรงและไม่ค่อยเจ็บไข้อีกด้วย เนื่องจากว่าระบบการทำงานที่ธรรมดาดีจะช่วยปรับปรุงแก้ไขซ่อนแซมส่วนที่ผุกร่อนก้าวหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุดังกล่าวการเป็นโรคต่างๆก็เลยเป็นไปได้ยากกว่าผู้ที่ไม่รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

พวกเราสามารถสังเกตุได้จากผู้เฒ่าผู้แก่ที่แก่ออกจะยืนนาน

ไม่ถูกกับปัจจุบันนี้ที่มีการดูแลตัวเองในทางไม่ถูกๆรับประทานอาหารที่ไม่ค่อยมีคุณประโยชน์ แถมยังไม่ครบ 5 กลุ่มอีกด้วย ของกินพวกนี้นอกเหนือจากไร้สาระกับร่างกายของพวกเราแล้ว ยังให้ให้โทษแก่ร่างกายอีกด้วย

ของกินบางสิ่งบางอย่างพวกเราทานไปก้ไม่มีสาระแถมยังให้โทษแก่ร่างกายของพวกเราอีกต่างหาก ซึ่งคนภายในสมัยปัจจุบันนี้ก้มิได้พอใจอะไรมากสักเท่าไรนัก ส่วนมากย้ำการกินเพื่อความถูกอกชอบใจในรสเสียมากกว่า ทำให้คนภายในปัจจุบันมีอาการป่วยเป็นโรคต่างๆเยอะแยะ แถมโรคร้ายที่พบก็กลายพันธุ์หนักขึ้นไปเรื่อยอีกด้วย เรียกว่านอกจากไม่บำรุงดูแลตัวเองแล้ว ยังเลือกกินอาหารที่รังแกแต่ว่าตัวเองกันอีก